วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

เกร็ดความรู้ อาการของคนนอนไม่หลับมาบอกกัน...

เกร็ดความรู้มีอาการของคนนอนไม่หลับมาบอกกัน....
ลักษณะของการนอนไม่หลับ แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ 1. นอนไม่หลับชั่วคราว (Transient Insomnia) สาเหตุ อาจจะมาจากมีสถานการณ์ บางอย่างที่ทำให้ต้องคิดกังวลหรือปรับตัว เช่น มีเหตุการณ์ตึงเครียดเสียใจเกิดขึ้นฉับพลัน หรือการเดินทางเปลี่ยนสถานที่นอน, การเจ็บป่วยฉับพลัน เมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้นก็จะสามารถนอนหลับได้ปกติ กรณีนี้อาจใช้ยาคลายกังวล ยานอนหลับช่วยให้หลับสั้น ๆ ได้ มักจะหลับได้ตามปกติใน 2-3 วัน
2. นอนไม่หลับเป็นระยะ ๆ (Intermittent Insomnia) มักจะเป็นในกลุ่มที่มีอาการต่อเนื่องจากกลุ่มที่ 1 เนื่องจากสถานการณ์ต้นเหตุยังคอยกระตุ้นเป็นระยะ ๆ ทำให้มีอาการ ไม่หลับที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เป็นระยะ ๆ
3. นอนไม่หลับเรื้อรัง (Chronic Insomnia) มีอาการนอนไม่หลับเป็นประจำ ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 3 สัปดาห์ มีสาเหตุมาจากหลาย ๆ อย่าง ได้แก่ การเจ็บป่วยทางกายต่าง ๆ โรคทางกาย บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการนอน เช่น การนอนกรน โรคทางจิตเวชต่าง ๆ เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคจิต ผู้ป่วยบางกลุ่มอาจมีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง โดยไม่มีสาเหตุ กระตุ้นที่ชัดเจน (Psychophysiologic Insomnia) ในกลุ่มนี้มักเกิดจากความเคยชิน ในการปฏิบัติตัว หรือมีพฤติกรรมบางอย่างที่รบกวนต่อการนอนหลับ
การรักษาอาการนอนไม่หลับ เรื้อรัง จึงต้องรักษา ทั้งต้นเหตุและการฝึกให้มีสุขอนามัยการนอน (Sleep Hygiene) ร่วมกับ มีพฤติกรรมที่ดีในการนอน (Behavioral intervention) การนอนไม่หลับอาจทำให้เสียสุขภาพได้ ยังไงก็อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วย.

สนับสนุนเนื้อหา นสพ.เดลินิวส์

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

HAPPY NEW YEAR 2556

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2556  ณ รพ.สต.โพนสวรรค์ 
สังสรรค์ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.โพนสวรรค์  และ อสม.  ม่วนคักๆ


วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555

คาราวานหมู่บ้าน รพ.สต.โพนสวรรค์



ออกบริการ คาราวานในหมู่บ้าน เขตรับผิดชอบ รพ.สต.โพนสวรรค์  ตำบลโคกกลาง  ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2555  ถึง วันที่ 28 ธันวาคม 2555

วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555

4 วิธีแก้อาการปวดหลัง


ใครที่มีอาการปวดหลังอยู่เป็นประจำ วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้อาการปวดหลังมาฝากกัน
ฝึกพิลาทิส เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและลำตัว ท่าที่ใช้ในการลดอาการปวดหลังคือ ท่ายกเชิงกราน ท่าหนีบหมอน และท่าหมุนข้อเท้า เคล็ดลับ คือ เมื่อหายใจเข้าต้องเอาอากาศ เข้าไปเต็มปอด ซึ่งจะรู้สึกว่าสะดือถูกยกขึ้น และค่อย ๆ หายใจออกทางปาก และกดสะดือลง
ว่ายน้ำ การว่ายน้ำจะช่วยลดอาการของโรคปวดหลังได้มาก เพราะ ไม่สร้างแรงกดแรงกระแทก แต่ควรงดว่าย ท่ากบ เพราะต้องแอ่นหลังมาก
ปรับเปลี่ยนท่านอน ห้ามนอนคว่ำ นอนหงาย เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่น หากนอนหงายควรใช้หมอน ข้างหนุนโคนขาจะทำให้สะโพกและเข่างอเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้กระดูกสันหลังหายแอ่นและแบนติดที่นอน การนอนตะแคงเป็นท่าที่ดีที่สุด แต่ต้องระวังเพราะอาจทำให้กระดูกสันหลังแอ่นได้ ฉะนั้นควรนอนให้ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอ สะโพกและเข่ากอดหมอนข้างไว้ ทำให้หลังโก่งเล็กน้อย
การหยิบจับของ ให้ย่อตัวแล้วยกของหนักมาชิดตัว แล้วลุกขึ้นยืนด้วยกำลังขา ขณะที่อุ้มของหนักให้ของชิดตัวตลอดเวลา เมื่อจะวางของ ลงให้ทำเช่นเดียวกับตอนยกขึ้น ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้


สนับสนุนเนื้อหา นสพ.เดลินิวส์


วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สุขภาพและความงาม (วิตามินเพื่อความงาม)



ชีวิตที่เร่งรีบ ต้องทำงานแข่งกับเวลา อาจทำให้เราลืมคิดถึงคุณค่าของสารอาหารจากอาหารจานด่วน ที่เรารีบ ๆ คว้าใส่ท้อง ซึ่งอาหารเหล่านี้ อาจทำให้คุณขาดสารอาหารบางชนิด โดยเฉพาะวิตามิน ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุขภาพของผิวพรรณ และยังช่วยให้มีสุขภาพดีอีกด้วย
     วิตามิน 3 ตัวเอก ที่ช่วยให้ผิวพรรณของผู้หญิงเราสดใส เปล่งปลั่ง ก็คือ วิตามินเอ ซี และอี
      วิตามินเอ จะช่วยสร้างผิวใหม่ที่แข็งแรง และชุ่มชื้น ผิวจึงเปล่งปลั่งสดใสเสมอ ถ้าอยากตาสวย ผิวเนียนนุ่มสดใส ต้องหมั่นรับประทาน ผักสด แครอท ฟักทอง มะละกอสุก ตับ ไข่แดง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินเอสูง
      วิตามินซี ช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิวพรรณ เมื่อเซลล์ผิวทำงานดีขึ้น ผิวจะดูมีสุขภาพดี และเรียบเนียนขึ้นด้วย วิตามินซียังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิว ลดจุดด่างดำ และยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวร่วงโรย วิตามินซีมีมากในส้ม มะนาว มะเขือเทศ สับปะรด ฝรั่ง มะขาม และสตรอเบอร์รี่
      วิตามินอี เป็นสารแอนตี้ออกซิแด้นท์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ ช่วยต่อต้านริ้วรอย วิตามินอีมีมากในธัญพืชต่าง ๆ เมล็ดทานตะวัน ถั่วเหลือง งา ข้าวซ้อมมือ 
       เพียงคุณปรับเปลี่ยนอาหาร เพิ่มวิตามินเพื่อความงามให้กับมื้ออาหารของคุณ คุณก็สามารถสวยแบบลืมวัย ลืมอายุไปได้เลย และหากได้ยืดเส้นยืดสายหลังเลิกงานกันบ้าง ปรับจิตใจให้สดชื่น มองโลกในแง่ดี และรู้จักการผ่อนคลายความเครียด คุณก็จะสวยสดใสแบบสาว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก Beauty for Thai 

นอนหลับท่าไหนดีที่สุด


การนอนมีความสัมพันธ์กับกระดูกสันหลัง เพราะหากนอนผิดท่า เช่น นอนงอตัวหรือนอนบิดตัว ติดต่อกันหลายๆ ปี อาจทำให้กระดูกสันหลังเลื่อนออกนอกแนวระนาบ ผิดรูป หรือคดงอได้ ท่านอน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นอนหลับสนิท ตื่นนอนอย่างสดชื่นและไม่ปวดเมื่อย

     นอนหงาย ควรใช้หมอนหนุนหัวแบบต่ำเพื่อให้ต้นคออยู่แนว เดียวกับลำตัว ป้องกันการปวดคอจากนอนคอพับหรือนอนเงยคอมากเกินไป แต่ท่านี้ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคปอดและโรคหัวใจ เพราะกล้ามเนื้อกระบังลมจะกด ทับปอดทำให้หายใจไม่สะดวก หัวใจทำงานลำบากขึ้น การนอนหงาย ยังอาจทำให้ผู้มีอาการปวดหลังมีอาการรุนแรงขึ้นด้วย

     นอนตะแคง การนอนตะแคงขวาช่วยให้หัวใจทำงานสะดวก และอาหารที่ค้างในกระเพาะจะถูกบีบลงลำไส้เล็กได้ดี ช่วยลดอาการปวดหลังได้ทางหนึ่ง แต่การนอนตะแคงซ้ายอาจทำให้เสียดลิ้นปี่ เพราะอาหารย่อยไม่หมดและค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร หญิงตั้งครรภ์ควรนอนตะแคงเพื่อไม่ให้มดลูกไปกดทับกระดูกสันหลังและเส้นเลือด แดงใหญ่กลางลำตัว

     นอนคว่ำหน้า อาจทำให้หายใจติดขัดและปวดต้นคอ เพราะคอแอ่นมาทางด้านหลังหรือบิดไปด้านใดด้านหนึ่งเป็นเวลานานๆ ถ้าต้องนอนคว่ำหน้าควรใช้หมอนรองใต้หน้าอกเพื่อไม่ให้ปวดเมื่อยต้นคอ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก thainewsland

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สัมผัสแสงธรรมชาติ ป้องกันสายตาสั้น



เด็กชาวเอเชียมากกว่าร้อยละ 90 กำลังประสบกับภาวะสายตาสั้น ซึ่งนักวิจัยเผยว่าเกิดจากเรียนหนังสือหนักเกินไป และได้สัมผัสกับแสงธรรมชาติน้อยเกินไป        โดยมากกว่า 1 ใน 5 ของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวอาจประสบกับภาวะความบกพร่องในการมองเห็น และอาจรุนแรงถึงตาบอด หัวหน้าคณะวิจัยบอกว่าเด็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้เวลาในการเรียนหนังสือและทำการบ้านนานเกินไป ก่อให้เกิดแรงกดดันในลูกตา ซึ่งการสัมผัสกับแสงธรรมชาติจะเป็นการถ่วงความสมดุล และช่วยให้ดวงตามีสุขภาพที่ดี

        โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารเคมีที่เรียกว่า ‘โดฟามีน’ มีบทบาทสำคัญที่สุด การสัมผัสกับแสงทำให้ดวงตาผลิตสารโดฟามีนเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการยืดออกของลูกตา ฉะนั้นการให้ดวงตาได้ออกไปสัมผัสแสงธรรมชาติเฉลี่ย 2-3 ชั่วโมงต่อวัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแสงจากดวงอาทิตย์ ซึ่งมีความสว่างราว 10-20,000 ลักซ์ จึงเป็นเรื่องจำเป็น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ขวัญเรือน